การเลือกใช้ไม้ชนิดต่างๆให้เหมาะสมกับประเภทของงาน
 
ไม้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ต้นไม้ตามธรรมชาติ จะก่อตัวในแนวรัศมีซึ่งประกอบไปด้วย ไม้เนื้อเก่าที่เป็นส่วนที่ตายแล้วและ เนื้อไม้ส่วนที่ยังมีชีวิตที่เรียกว่า เนื่อเยื่อเจริญ ซึ่งมีอยู่ตามกิ่ง ยอด ราก ซึ่งถ้านำไม้มาตัดตามขวางจะเห็นวงปี (growth rings)

 
ไม้กับเฟอร์นิเจอร์

ไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์มีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของดินแดนนั้นๆ ในอดีต ไม้สักคือไม้ชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะมีความแข็งแรง แมลงหรือตัวทำลายไม้ไม่นิยมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับไม้สัก ไม้สักมีขนาดใหญ่พอเหมาะ ไม่ว่าไม้ขนาดใหญ่ก็สามารถทำเป็นโครงสร้างบ้าน หรือไม้ขนาดเล็กก็นำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และไม้สักถือเป็นไม้มีคุณค่าในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่ประเทศไทยมีกฎหมายปิดป่าห้ามตัดไม้สงวน ดังนั้น ไม้ยางพาราจึงเริ่มมีบทบาทในการทำเฟอร์นิเจอร์ เนื่องด้วย ราคาไม้พารามีต้นทุนน้อยมากในอดีต (หลังจากกรีดน้ำยางหมดแล้วก็เผาเป็นถ่านหรือฟืน) นอกจากนี้มีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น มีความแข็งแรง เป็นไม้ลำต้นตรง มีตาไม้ไม่มากเกินไป และมีกำลังการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย มีความเหมาะสมในการปลูก

ไม้ เป็นวัสดุแข็งที่ทำจากแก่นลำต้นของต้นไม้ ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น โดยแบ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง และไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยางพารา

โดยนิยามแล้วไม้ จะหมายถึงเนื้อเยื่อไซเล็มชั้นที่สอง (Xylem) ของต้นไม้ แต่ในความเข้าใจไม้ อาจหมายรวมไปถึงวัสดุใดๆ ที่มีส่วนประกอบทำมาจากไม้ด้วย

ไม้ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ประโยชน์อย่างหนึ่งคือ ใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหรือฟืน บางครั้งก็ใช้ในงานศิลปะ ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำอาวุธ หรือเป็นวัสดุก่อสร้าง ไม้ยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการก่อสร้าง ตั้งแต่มนุษย์เริ่มสามารถสร้างบ้านที่อยู่อาศัย หรือเรือ โดยเรือแทบทุกลำในช่วงปี 80 ทำมาจากไม้แทบทั้งสิ้น ซึ่งในปัจจุบันบ้านหรือเรือที่ทำจากไม้ เริ่มมีจำนวนลดลง โดยปัจจุบันมีการนำวัสดุอื่นมาใช้ในการสร้างแทน แต่ว่าไม้ยังคงมีส่วนสำคัญในด้านการเสริมโครงสร้าง หรือเป็นวัสดุเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างหลังคา และของประดับนอกบ้าน ไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้างรู้จักกันในชื่อ ไม้แปรรูป

ไม้โดยสภาพแล้ว ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างโดยตรง เนื่องจากอาจจะมีการแตกหักในโครงสร้าง จึงต้องนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นก่อน เช่น ไม้อัด,chipboard, engineered wood, hardboard, medium-density fibreboard (MDF) , oriented strand board (OSB) เป็นต้น ไม้ดังกล่าวนี้ใช้ประโยชน์กันในวงกว้าง อีกทั้งเยื่อไม้ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญใการผลิตกระดาษอีกด้วย เซลลูโลส (cellulose) ที่อยู่ในไม้ยังใช้การทำวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งไม้ยังใช้ประโยชน์ในการทำอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากการก่อสร้าง เช่น ใช้ทำตะเกียบ เครื่องดนตรี เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

ชนิดของไม้้
   
ไม้เนื้ออ่อน:เนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว เลื่อย ไส ได้ง่าย เนื้อไม้สีจาง น้ำหนักเบา ความแข็งแกร่ง/ ทนทานน้อย รับน้ำหนักไม่ดี เช่น ไม้กะบาก ไม้ยาง
   

ไม้เนื้อแข็ง:เนื้อแข็งปานกลาง เลื่อยไสได้ยาก เนื้อไม้สีเข้ม มีความแข็งแรง ทนทาน เช่น ไม้ตะเคียน ไม้เต็ง ไม้มะม่วง ไม้แดง

   
การเลือกไม้มี 2 ประเภท คือ
   

สำหรับงานที่รับน้ำหนักโดยตรง เช่น ก่อสร้างไม่ต้องการความประณีตและสวยงาม เน้นความ แข็งแรงเป็นหลัก เนื้อแน่น ไม่เปราะง่ายควรเลือกไม้เนื้อแข็ง

   

สำหรับงานประณีต ไม้เนื้ออ่อนจะเหมาะกับงานประเภทนี้มาก เพราะไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เหมาะกับงานที่ใช้ฝีมือ, ความประณีต เรียบร้อย และความสวยงาม

   

ร้านค้าไม้ ธนาภัณฑ์ จำหน่ายไม้แปรรูปทุกประเภท ไม้แบบ ไม้อัด ตะปู สังกะสี ไม้เต็ง ไม้ยาง ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้สักไม้อัดยาง บานประตู PVC บานประตูไม้พร้อมวงกบ ร้านค้าไม้ ไม้แปรรูป ไม้ก่อสร้าง ไม้บันได ไม้อัดดำ วงกบประตู
ราคาย่อมเยาว์ บริการรวดเร็ว ทันใจ เลือกใช้ ร้านค้าไม้ธนาภัณฑ์ บริการจัดส่งทั่วประเทศ

Copyright © 2010 Thanaphan Co., Ltd. All Rights Reserved.